หูที่คุ้นเคยกับดนตรีสากลอาจรู้สึกว่าเสียงดนตรีไทยบางเสียง “เพี้ยน” ไปเล็กน้อย แท้จริงแล้วนั่นไม่ใช่ความผิดพลาด แต่เป็นเพราะดนตรีไทยใช้ ระบบเสียงที่ต่างจากสากล นั่นคือระบบเจ็ดเสียงระยะเท่ากัน

เครื่องสีตระกูลซอ

เครื่องสีตระกูลซอ จากซ้าย ซอด้วง ซอสามสาย และซออู้ — ภาพประกอบจากตำราเครื่องมโหรีปี่พาทย์ พ.ศ. 2472 (สาธารณสมบัติ) / Wikimedia Commons

เจ็ดเสียงระยะเท่ากัน คืออะไร

ในหนึ่งช่วงคู่แปด (octave) ดนตรีไทยแบ่งระดับเสียงออกเป็น 7 เสียงที่มีระยะห่างเท่ากันโดยประมาณ (equidistant heptatonic) ต่างจากดนตรีสากลที่แบ่งคู่แปดออกเป็น 12 ครึ่งเสียงเท่ากัน แล้วเลือกใช้ 7 เสียงหลักที่มีระยะห่างไม่เท่ากัน คือมีทั้งเสียงเต็มและครึ่งเสียง

เมื่อคำนวณ ระยะห่างระหว่างเสียงข้างเคียงของไทยจะอยู่ที่ราว 171 เซนต์ ซึ่งเป็นหน่วยวัดระยะเสียง ขณะที่ครึ่งเสียงสากลเท่ากับ 100 เซนต์ และเสียงเต็มเท่ากับ 200 เซนต์ ระยะ 171 เซนต์ของไทยจึงตกอยู่ระหว่างกลาง ทำให้บางเสียงฟังดูไม่ตรงกับเปียโนเป๊ะ ๆ

ทำไมจึงเลือกระบบนี้

ระบบเสียงระยะเท่ากันสอดคล้องกับเครื่องดนตรีไทยที่ตั้งเสียงตายตัว เช่น ระนาดและฆ้องวง ซึ่งตั้งเสียงด้วยการถ่วงน้ำหนักไว้ล่วงหน้า การมีระยะห่างเท่ากันทุกเสียงทำให้สามารถ ย้ายทางหรือเปลี่ยนบันไดเสียงได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องตั้งเสียงเครื่องใหม่ ผู้บรรเลงเพียงเริ่มทำนองจากลูกใดลูกหนึ่งก็ได้สำเนียงที่ต่างออกไป

บันไดเสียงและสำเนียง

แม้จะมีเจ็ดเสียง แต่เพลงไทยส่วนใหญ่เลือกใช้เพียง ห้าเสียงหลักแบบเพนทาโทนิก ในการดำเนินทำนอง โดยเว้นบางเสียงไว้เป็นเสียงผ่าน การเลือกกลุ่มเสียงและการเน้นเสียงต่างกันทำให้เกิด “สำเนียง” ที่หลากหลาย เช่น สำเนียงไทย ลาว เขมร มอญ จีน อันเป็นสีสันสำคัญของเพลงไทย

ฟังด้วยใจที่เปิดกว้าง

การเข้าใจว่าดนตรีไทยมีระบบเสียงเป็นของตนเอง จะช่วยให้เราฟังด้วยความเข้าใจ ไม่ตัดสินว่าเสียงเพี้ยน แต่ซาบซึ้งกับความงามเฉพาะตัวที่บรรพบุรุษไทยสร้างสรรค์และสืบทอดมา

อ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

  • มนตรี ตราโมท. ดุริยางคศาสตร์ไทย ภาควิชาการ. กรมศิลปากร.
  • David Morton. The Traditional Music of Thailand. University of California Press.
  • ราชบัณฑิตยสภา. สารานุกรมศัพท์ดนตรีไทย.
  • ภาพประกอบ: ตำราเครื่องมโหรีปี่พาทย์ พ.ศ. 2472, สาธารณสมบัติ ผ่าน Wikimedia Commons.