โบราณาจารย์ไทยจัดแบ่งเครื่องดนตรีไทยออกเป็น 4 ประเภท ตามวิธีทำให้เกิดเสียง ได้แก่ ดีด สี ตี เป่า การจัดประเภทนี้ช่วยให้เข้าใจธรรมชาติของเสียงและบทบาทของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดได้ชัดเจน

เครื่องดีดของไทย จากซ้าย จะเข้ พิณน้ำเต้า และกระจับปี่ — ภาพประกอบจากตำราเครื่องมโหรีปี่พาทย์ พ.ศ. 2472 (สาธารณสมบัติ) / Wikimedia Commons
1. เครื่องดีด
ทำให้เกิดเสียงด้วยการใช้นิ้วหรือไม้ดีดสายให้สั่นสะเทือน เครื่องดีดที่สำคัญของไทยได้แก่ จะเข้ เครื่องสายวางนอนรูปคล้ายจระเข้ที่ให้เสียงไพเราะนุ่มนวล กระจับปี่ พิณโบราณคอยาว และ พิณน้ำเต้า ที่ใช้กะโหลกน้ำเต้าเป็นกล่องเสียง
2. เครื่องสี
ทำให้เกิดเสียงด้วยการใช้คันชักสีไปบนสาย เครื่องสีตระกูล “ซอ” ของไทยมีสามชนิดหลัก คือ ซอด้วง เสียงสูงแหลมใส ซออู้ เสียงทุ้มนุ่มลึก และ ซอสามสาย ซอที่มีสามสายเสียงไพเราะ ใช้คลอเสียงร้องและบรรเลงในวงมโหรี
3. เครื่องตี
ทำให้เกิดเสียงด้วยการตีหรือกระทบ แบ่งย่อยเป็นเครื่องตีที่มีระดับเสียงเป็นทำนอง เช่น ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องวงเล็ก ขิม และเครื่องตีที่ให้จังหวะ เช่น ตะโพน กลองทัด ฉิ่ง ฉาบ กรับ โหม่ง กลุ่มนี้เป็นแกนของวงปี่พาทย์
4. เครื่องเป่า
ทำให้เกิดเสียงด้วยการเป่าลมผ่านช่องหรือลิ้น เครื่องเป่าสำคัญได้แก่ ปี่ เช่น ปี่ใน ปี่นอก ที่ใช้ลิ้นสี่แฉกให้เสียงดังกังวาน และ ขลุ่ย เช่น ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยหลิบ ที่ให้เสียงนุ่มนวลโหยหวน
เครื่องดนตรีกับการประสมวง
เครื่องดนตรีทั้งสี่ประเภทนำมาประสมกันเป็นวงต่าง ๆ ตามโอกาสและธรรมเนียม เช่น วงปี่พาทย์ที่เน้นเครื่องตีและเป่า วงเครื่องสายที่เน้นเครื่องดีดสีและเป่า และวงมโหรีที่ผสมทุกประเภทเข้าด้วยกัน
อ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม
- มนตรี ตราโมท. ดุริยางคศาสตร์ไทย ภาควิชาการ. กรมศิลปากร.
- ราชบัณฑิตยสภา. สารานุกรมศัพท์ดนตรีไทย.
- กรมส่งเสริมวัฒนธรรม — ความรู้เครื่องดนตรีไทย.
- ภาพประกอบ: ตำราเครื่องมโหรีปี่พาทย์ พ.ศ. 2472, สาธารณสมบัติ ผ่าน Wikimedia Commons.